ประพาสต้นบนดอย

ข่าว ดี อร่อย Add comments

prapatton.JPGหลังจากพาหลายคนไปเที่ยวบนดอย (ในโครงการหลวง) เพิ่งรู้ว่าอันที่จริงมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ หรืออาจเคยรู้แต่ไม่แน่ใจ ว่าโครงการหลวง เป็นงัยมางัย ทำไมจึงมาเป็นโครงการหลวง ก็เลยไปหาประวัติมาเล่าสู่กันฟังพอสังเขป ซึ่งข้อความต่อไปนี้คัดลอกมาจากบางส่วนของหนังสือประพาสต้นบนดอย ของมูลนิธิโครงการหลวง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งกับผู้เข้าเฝ้าฯ ราวร้อยคน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐานว่า โครงการหลวงเกิดขึ้นเพราะท่านไปเที่ยว …

คำว่า “ไปเที่ยว” นี้ เราท่านน่าจะว่า “ประพาสต้น” มากกว่า เพราะนอกจากจะเป็นราชาศัพท์ที่ถูกต้อง แต่ออกจะไม่ใช้กันแล้ว ยังทำให้เราเห็นภาพพระพุทธเจ้าหลวงเวลาเสด็จฯ ไปเที่ยวบ้านชาวบ้าน โดยที่เขาไม่ทราบว่าท่านเป็นใคร จึงไม่ประหม่ามาก คุยคล่องถึงการกินอยู่ทำให้ท่านสามารถพระราชทานความช่วยเหลือได้ตามพระราชอัธยาศัย

ส่วนพระราชนัดดา คือ รัชกาลที่ ๙ ของเรานี้เมื่อทรงแปรพระราชฐานไปเชียงใหม่เพื่อตากอากาศ จะเสด็จฯ ไปหน้าหนาว จึงเรียกว่าพักร้อนอย่างที่ใคร ๆ เขามักจะเรียกกันไม่ได้ นอกจากนี้ ท่านไม่ได้ทรงพัก แต่มักจะเสด็จฯ ดั้นด้นไปทอดพระเนตรชีวิตของคนบนดอย ซึ่งสำหรับคนอื่นๆ ยังกับว่าอยู่คนละโลกกับเรา เช่นราว ๓๐ ปีมาแล้ว จะไปพระธาตุดอยสุเทพมีถนนลูกรังที่รถยนต์ขึ้นได้แต่ลำบาก จากนั้นถ้าจะไปบ้านแม้วดอยปุยก็ต้องเดินเอา นอกจากจะจ้างเสี่ยงนั่งให้เขาหาบโยกเยกไป ในเมื่อระยะใกล้ ๆ ต้องใช้เวลาเดินทางนานเช่นนี้ ดอยจึงพ้นหูพ้นตาของคนไทยส่วนมาก โดยเฉพาะพวกเกษตร เว้นแต่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ที่หมู่บ้านแม้วใกล้พระตำหนิกนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินแบบทรงเดินไป ท่านรับสั่งถามแม้วที่นั่นว่า นอกจากปลูกฝิ่นขายแล้ว เขามีรายได้จากพืชพันธุ์อื่นอีกหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้ ถ้าเป็นคนอื่นๆ ถึงจะไม่ใช่ตำรวจถามก็ตอบ เขาคงบอกว่า “เปล่า ๆ ฝิ่นบ่ดี เฮาบ่ปลูก” และยิ่งกว่านั้น เขาปลูกโดยวิธีที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น ป่าและหน้าดินบริเวณต้นน้ำลำธารเกิดความเสียหายที่กระจายลงสู่ส่วนอื่น ๆ ของประเทศอีกด้วย แต่สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เขาเห็นได้ชัดว่าท่านทรงสนพระราชหฤทัย ทรงเห็นใจเขา มีพระราชประสงค์จะช่วย จึงไม่ปิดบังความจริงอะไร ทำให้ทรงทราบว่า นอกจากฝิ่นแล้ว เขายังเก็บท้อพื้นเมืองขาย ซึ่งแม้ว่าลูกจะเล็กก็ตาม แต่ก็ยังได้เงินเท่า ๆ กัน

โดยที่ทรงทราบว่าที่สถานีทดลองผลไม้เมืองหนาวของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ใกล้พระตำหนักภูพิงค์ได้นำกิ่งท้อลูกใหญ่ของฝรั่งมาต่อกับต้นตอพันธุ์พื้นเมืองได้ (แต่ยังไม่ทราบว่าท้อฝรั่งพันธุ์ไหนดี) จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้น ให้ค้นคว้าหาพันธุ์ที่เหมาะสำหรับบ้านเรา เพราะถ้าลูกใหญ่แล้ว จะต้องทำเงินได้ดีกว่าฝิ่นแน่ นอกจากนี้ ยังรับสั่งให้พยายามปลูกพืชเมืองหนาวอย่างอื่น เช่น แอปเปิล สาลี่ พลับ กับผัก และดอกไม้ด้วย เพราะผลิตผลเหล่านี้ ถ้านำมาขายในส่วนที่ร้อนของเมืองเราแล้ว ควรจะได้ราคาแพงแน่ ดังนั้น โดรงการปลูกพืชแทนฝิ่นอันแรกของโลกจึงเกิดขึ้น และประมาณ ๒๕ ปีต่อมา โดรงการควบคุมยาเสพติดของสหประชาชาติก็ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองเพื่อสดุดีพระเกียรติคุณในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยส่งเสริมให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่น แต่ปลูกพืชอื่นทดแทน

ตามกระแสรับสั่ง โดรงการหลวงต้องหาพืชเมืองหนาวมาปลูกบนดอย ซึ่งนอกจากฝิ่นแล้ว ไม่มีใครทราบว่ามีอะไรที่ปลูกได้ แปลว่าต้องทำโครงการวิจัย คือทดลองมากมาย การวิจัยย่อมต้องใช้คนและเงิน สำหรับคนนั้นแม้แต่ที่เพียบพร้อมด้วยความสามารถก็หาไม่ยาก เพราะเหล่านักวิทยาศาสตร์ทางเกษตร ทั้งจากมหาวิทยาลัยและสถาบันมีความจงรักภักดีจะทำถวาย โดยเฉพาะเมื่อจะทำงานได้ปลอดโปร่ง ไม่มีแถบแดงพันแข้งพันขา เพราะมีรับสั่งให้ลดขั้นตอน อนึ่ง การที่อาจารย์วิจัยจริง ๆ ก็ได้เรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศเราไปสอน แทนที่จะดูจากในตำราที่ฝรั่งเขียนไว้สำหรับเรื่องเมืองอื่น

ปัจจัยสำคัญอีกส่วนหนึ่งของการวิจัย คือ เงิน นั้นเราค่อนข้างจะมีจำกัด เพราะต้องขอพระราชทานพระราชทรัพย์มาใช้ แต่วันหนึ่ง เราเผอิญเจอเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัยของกระทรวงเกษตรอเมริกันที่มาเมืองรา เพื่อแสวงหาหน่วยงานที่ต้องการเงินจำนวนมากสำหรับหาพืชมาปลูกแทนฝิ่น เพราะประชาชนของเขาติดยาเสพติดกันมากมาย และตอนนั้นมีแต่โครงการหลวงเท่านั้นมีความสามารถแต่ขาดเงิน ผลของการเจรจาระหว่างสองฝ่ายก็คือ กระทรวงเกษตรอเมริกันทำสัญญาจ้างโครงการหลวงให้วิจัยหาพืชมาปลูกแทนฝิ่น เราได้เงินมาใช้ ๑๕๐ ล้านบาท

ดังนั้น เมื่อคนกับเงินมาเจอกันในโครงการหลวง และเมื่อเวผ่านไปกว่า ๒๐ ปี เราก็หาพืชสำหรับปลูกบนดอยได้ราว ๑๐๐ อย่าง แต่ละอย่างมีข้อแม้ว่าต้องทำรายได้ให้คนปลูกมากกว่าฝิ่น ซึ่งพืชเหล่านี้เป็นผักเมืองหนาวอร่อย ๆ ๖๐ ชนิด ดอกไม้ที่สวยเท่านั้น ๒๐ ชนิด ไม้ผล ๑๒ ชนิด และพืชไร่ เช่น ถั่วแดงหลวง ถั่วขาว มันฝรั่ง กับต้นแฟล็กซ์ที่เอาใยมาทอผ้าลินิน และเมล็ดมาคั้นเอาน้ำมันลินสีด นอกจากนี้ เรายังมีพืชในร่ม คือ เห็ดอีก ๒ – ๓ อย่าง เช่น เห็ดหอม เห็ดกระดุม เป็นต้น คิดดูผมรู้สึกว่าพืชแต่ละอย่างของเรานั้น ถ้าไม่สวยก็อร่อย ดังนั้น นอกจากจะดีสำหรับผู้ปลูกแล้ว ผู้ซื้อยังได้รับประโยชน์มากด้วย …

… พวกเราชาวโครงการหลวงภูมิใจที่มีการปลูกพืชเมืองหนาว ไม่นับฝิ่น ได้สำเร็จในประเทศร้อน ทำให้คนไทยมีของอร่อย ๆ ไว้รับประทานในราคาที่ใคร ๆ ก็สู้ได้ แต่เราชอบที่จะวัดความสำเร็จของเราด้วยจำนวนเงินที่เข้าไปอยู่ในกระเป๋าของเกษตรกร… 

… การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสต้นบนดอยนี้ เป็นเหตุและเยี่ยงอย่างให้พวกเราเที่ยวดั้นต้นบนดอยด้วยความภูมิใจจนตราบเท่าทุกวันนี้ เรามักจะเจออะไรแปลก ๆ สนุก ๆ และดี ๆ จึงคิดว่าควรจะเอามาเล่าสู่กันฟัง เป็นการเฉลิมพระเกียรติ ให้ทราบกันว่า การช่วยชาวเราด้วยการช่วยชาวเขานั้น เกิดขึ้นได้อย่างไร…

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

WP Theme & Icons by N.Design Studio
Entries RSS Comments RSS Log in